หุ้น Tech ดีอย่างไรทำไมควรลงทุน

ตลาดของการลงทุนมีหุ้นให้เลือกมากมาย การรู้จักและเลือกซื้อหุ้นดี ๆ ตัวนึง ก็เหมือนกับการซื้อของจำเป็นในชีวิต หากเราเลือกซื้อหุ้นถูกตัวและถูกจังหวะก็จะสามารถสร้างกำไรให้กับพอร์ตได้ อย่างคำพูดของ เจสซี่ ลิเวอร์มอร์ ที่กล่าวว่า “ราคาไม่เคยสูงเกินไปที่จะเริ่มต้นการซื้อ หรือต่ำเกินไปที่จะเริ่มต้นขาย” โดยทุกครั้งของการเกิดวิกฤตจะมีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์และผู้เสียผลประโยชน์ หุ้นก็เช่นกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงหุ้นตัวนึงที่การเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นก็คือ หุ้นเทคโนโลยี 

ในชีวิตประจำวันของเรา เทคโนโลยีก้าวเข้ามามีบทบาทต่อทุกภาคส่วน ที่สำคัญยังมีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นด้านการเติบโตของเศรษฐกิจ การผลิต รวมถึงการบริการ ต่างได้รับประโยชน์จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเทคโนโลยีช่วยให้เราประหยัดเวลาและสร้างความสะดวกสบายมาก อย่างเช่น ระบบ E-Commerce ที่ช่วยเปลี่ยนช่องทางการซื้อขายจากการเดินทางไปยังร้านค้าเป็นการซื้อผ่านออนไลน์แทน นอกจากนี้ ยังมีระบบ E-Payment ที่ช่วยให้ลดการสัมผัสเงินสดในเวลาที่ต้องการซื้อของ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ออกมาตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเราในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยิ่งทำให้การเติบโตของหุ้นเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากคนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในการปรับตัวให้เข้ากับยุค New-Normal ทำให้การทำกิจกรรมส่วนใหญ่ต้องหันไปพึ่งเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น ระบบ Delivery สำหรับการสั่งอาหาร การทำงานและการประชุม ผ่าน Video Conference 

เมื่อ COVID-19 ระบาด เทคโนโลยีเริ่มพุ่งทะยาน 

การเติบโตของหุ้นเทคโนโลยียังดูมีแนวโน้มที่เป็นขาขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อมีตัวเร่งปฏิกิริยาอย่างการระบาดของ COVID-19 ก็ช่วยส่งเสริมให้ราคาหุ้นเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทต่อผู้คนดังนี้

1. การซื้อสินค้าออนไลน์ และ การจัดส่งสินค้า

ในช่วงปลายปี 2002 การระบาดของโรคซาร์สทำให้เกิดการเติบโตของแพลตฟอร์มการตลาดออนไลน์ทั้งแบบ B2B และแบบ B2C ในจีนอย่างมาก ในทำนองเดียวกัน COVID-19 ได้เปลี่ยนการช้อปปิ้งออนไลน์เป็นส่วนนึงในชีวิตของผู้คนแล้ว นอกจากนี้ การเว้นระยะห่างทางสังคมยังทำให้เกิดการสร้างหุ่นยนต์สำหรับจัดส่งเพื่อลดการพบปะกันอีกด้วย

2. การชำระเงิน E-Payment

การพกเงินสดในช่วงนี้อาจเป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อได้ ซึ่งการชำระเงินแบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบัตรหรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เป็นวิธีการชำระเงินที่หลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ดี ทั้งนี้ยังช่วยให้ผู้คนสามารถซื้อสินค้าออนไลน์ ชำระค่าบริการ และการชำระค่าสาธารณูปโภคได้รวดเร็วและสะดวกมากขึ้น

3. การทำงานแบบ Remote Working

หลาย ๆ บริษัทให้พนักงานทำงานที่บ้าน โดยเป็นการทำงานรูปแบบใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องมาเจอหน้ากัน แต่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม ซึ่งเทคโนโลยีนี้ประกอบด้วย VPNs, Virtual meeting หรือแม้การเก็บข้อมูลผ่านClound นอกจากช่วยลดการแพร่ระบาดของไวรัสแล้ว การทำงานจากบ้านยังช่วยประหยัดเวลาการเดินทางและสร้างความยืดหยุ่นในการทำงาน

4. การเรียนออนไลน์

หลายสถาบัน โรงเรียน หรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยเริ่มนำรูปแบบการสอนออนไลน์มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การศึกษาไม่หยุดชะงัก เนื่องจากนักเรียน นักศึกษาไม่สามารถเดินทางมาเรียนหนังสือได้ตามปกติ   ซึ่งเทคโนโลยีนี้คล้ายกับการทำงานแบบ Remote Working

5. สาธารณสุขทางไกล

ความกลัวที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าออกจากบ้าน ส่งผลให้เกิด TeleHealth วิถีพบแพทย์แบบใหม่ ที่ช่วยควบคุมการแพร่กระจายของ COVID-19 โดยยังคงสามารถพบแพทย์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถพบกันได้ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยในช่วงการระบาดจากเดือนมีนาคมถึงเมษายนนี้ มียอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 15 เท่า สะท้อนถึงพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนไปจากเดิม

6. สื่อบันเทิงออนไลน์

แม้ว่ามาตรการกักตัวเพื่อระวังการระบาดของ COVID-19 จะส่งผลให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนลดลงอย่างมาก การใช้ชีวิตอยู่บ้านไม่สามารถพบปะกันได้เหมือนเดิม ทำให้ผู้คนมีเวลาอยู่กับหน้าจอเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การเสพความบันเทิงเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้คนต้องการความผ่อนคลาย 

จาก 6 ปัจจัยข้างต้นทำให้เห็นถึงความน่าสนใจของหุ้นเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีแนวโน้มสูงกว่ามูลค่าทางการตลาดของอุตสาหกรรม หรือในตลาดหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีจะเติบโตขึ้นขึ้นอีกมากในอนาคต ซึ่งนับได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนที่จะเข้าร่วมในการลงทุนในช่วงเวลาปัจจุบัน Finvest จึงขอแนะนำการลงทุนผ่านทั้ง 3 กองทุนเทคโนโลยีโดดเด่น ดังนี้

1. KFHTECH-A กองทุนเปิดกรุงศรีเวิล์ดเทคอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์

นโยบายการลงทุน

กระจายการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำขนาดใหญ่ และบริษัทที่มีศักยภาพเติบโตสูง เน้นคัดเลือกสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาออกมา

โอกาสการลงทุน

  • โอกาสรับผลตอบแทนจากการขยายตัวของบริษัทที่เกี่ยวจาก

ท่ามกลางความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ

  • คาดหวังผลตอบแทนระยะยาวในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในอนาคต

ความเสี่ยงการลงทุนระดับ 7: ความเสี่ยงสูง

2. KT-WTAI-A กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ เทคโนโลยี อาร์ทิฟิเชียล อินเทลลิเจนซ์ อิควิตี้ ฟันด์

นโยบายการลงทุน

เน้นลงทุนในกองทุน Allianz Global Artificial Intelligence เพื่อการเติบโตระยะยาว โดยลงทุนอย่างน้อย 70% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนตลาดตราสารทุนทั่วโลกที่บริษัทจะได้รับประโยชน์จากวิวัฒนาการของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)

โอกาสการลงทุน

  • AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น
  • บริษัทที่ให้บริการหรือใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการประกอบธุรกิจ มีแนวโน้มในการเติบโตมาก

ความเสี่ยงการลงทุนระดับ 6: ความเสี่ยงสูง

3. TCLOUD กองทุนเปิด ทิสโก้ Cloud Computing อิควิตี้

นโยบายการลงทุน

กองทุน TCLOUD เน้นลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการปรับใช้เทคโนโลยี Cloud Computing มากขึ้นในการดำเนินธุรกิจ เช่น การให้บริการ Cloud ในรูปแบบซอฟท์แวร์ (Software-as-a-Service) รูปแบบแพลตฟอร์ม (Platform-as-a-Service) หรือโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure-as-a-Service) รวมถึงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลและศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ

โอกาสการลงทุน

  • โลกเข้าสู่ยุคการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
  • 5G และ Internet of Things (IoT) ทำให้ความต้องการใช้ข้อมูลมากขึ้น
  • หุ้น Cloud มีโอกาสเติบโต เนื่องจากสินค้าและบริการมีความต้องการสูง เพราะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเก็บและประมวลผลข้อมูล

ความเสี่ยงการลงทุนระดับ 7: ความเสี่ยงสูง

ทุกวันนี้มีเทคโนโลยีอีกหลายอย่างที่ยังคงใช้ในชีวิตประจำวัน และเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถขาดได้ เนื่องจากความต้องการของคนเรา ทำให้เกิดความรวดเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนสะท้อนถึงเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลกับเราอย่างมาก ซ้ำยังช่วยสนับสนุนอัตราการเติบโตเทรนด์ของโลกที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ติดตามและรับข่าวสารกับเรา

Thank you for your message. It has been sent.
There was an error trying to send your message. Please try again later.

รับฟรี 200 บาท!

ผ่าน E-Wallet สำหรับลูกค้าใหม่ พร้อมติดปีกการลงทุนไปด้วยกัน

ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธ.ค. 2563